คอนกรีตอัดแรง คืออะไร

บทความคอนกรีตอัดแรง

คอนกรีตอัดแรง คืออะไร?

หลายท่านอาจยังไม่คุ้นกับคำว่า คอนกรีตอัดแรง ว่าคืออะไร
 

 

คอนกรีตอัดแรง ( Prestress Concrete )

เป็นกระบวนการผลิตและเสริมแรงใช้เทคนิคการดึงลวดรับแรงดึงสูง และถ่ายแรงค้างไว้ในเนื้อคอนกรีตทำให้โครงสร้างสามารถต้านทานต่อโมเมนต์ดัดและแรงเฉือนได้

คอนกรีตอัดแรงสามารถแบ่งได้กี่ประเภท?

1. วิธีอัดแรงก่อน Pre-Tension Prestressed Concrete

จะทำการดึงลวดรับแรงสูงไว้ก่อนในแบบหล่อ แล้วจึงเทคอนกรีตลงในแบบหล่อเมื่อคอนกรีตพัฒนากำลังอัดตามที่กำหนดไว้แล้วจึงตัดลวดออกแรงดึงที่ค้างอยู่ในลวดรับแรงดึงสูง จะถ่ายแรงเข้าสู่คอนกรีต เช่น เสาเข็ม  แผ่นพื้นสำเร็จรูป  และ เสาเข็มไมโครไพล์  ของ KNCON เป็นการผลิตแบบอัดแรง

เครดิตรูปภาพ จากเพจ วิศวกรชาวบ้าน

2.วิธีอัดแรงทีหลัง Post Tension Prestressed Concrete

จะทำการสอดลวดแรงดึงสูงไว้ในการวางท่อโลหะสังกะสีในแบบหล่อ เทคอนกรีตเมื่อคอนกรีตได้กำลังตามที่กำหนดไว้แล้วจึงดึงลวดรับแรงดึงสูงที่ปลาย หัว-ท้าย หรือปลายด้านใดด้านหนึ่ง เช่น แผ่นพื้นเรียบไร้คาน (Flat Plate) และคานสะพาน (Girder)

 

อุปกรณ์ดึงลวดแบบ postention

ภาพ : การทำพื้นแบบ post tension

ข้อดีของ คอนกรีตอัดแรง ( Prestress Concrete )

คอนกรีตอัดแรงมีข้อดีหลักคือความแข็งแรงสูงและทนทานกว่าคอนกรีตทั่วไป ทำให้สามารถรับแรงได้ดี ลดการแตกร้าวและโก่งตัว อีกทั้งยังช่วยให้สร้างโครงสร้างที่มีช่วงยาวขึ้นได้ ทำให้ประหยัดวัสดุและพื้นที่ในการก่อสร้าง  

ข้อดีด้านโครงสร้างและความแข็งแรง

แข็งแรงกว่าคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วไป: 
ด้วยการใช้แรงอัดทำให้โครงสร้างมีความแข็งแรงทนทานต่อแรงดึง แรงเฉือน และแรงกระแทกได้ดีกว่า  
ลดการแตกร้าวและการโก่งตัว: 
แรงอัดที่ใส่เข้าไปช่วยต้านทานแรงดึง ทำให้ลดโอกาสการเกิดรอยร้าวและทำให้โครงสร้างโก่งตัวน้อยลง  
รับน้ำหนักได้มากขึ้น: 
สามารถรองรับน้ำหนักและแรงดึงที่สูงกว่าได้  
ทนทานต่อการใช้งาน: 
เหมาะสำหรับงานที่ต้องรับแรงสูง เช่น ทางรถไฟ สะพาน หรืออาคารสูง เนื่องจากทนทานต่อแรงเฉือนและแรงกระแทกได้ดี  

ข้อดีด้านการออกแบบและการก่อสร้าง

เพิ่มช่วงคาน/พื้นที่ยาวขึ้น: 
สามารถออกแบบให้มีช่วงคานหรือแผ่นพื้นยาวขึ้น โดยไม่ต้องใช้เสาตรงกลางมากนัก ช่วยให้มีพื้นที่ใช้งานภายในอาคารกว้างขวางขึ้น  
ลดน้ำหนักโครงสร้าง: 
สามารถออกแบบให้ชิ้นส่วนมีความบางลงได้ ทำให้ลดน้ำหนักโครงสร้างโดยรวมได้  
ก่อสร้างได้รวดเร็ว: 
โดยเฉพาะแบบสำเร็จรูป (Precast) ช่วยลดระยะเวลาในการก่อสร้างได้มาก  
เหมาะกับการก่อสร้างขนาดใหญ่: 
เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับงานที่ต้องการความแข็งแรงสูง เช่น สะพาน อาคารสูง  

ข้อดีด้านค่าใช้จ่ายและการบำรุงรักษา

ลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว: 
แม้ต้นทุนเริ่มต้นอาจสูงกว่า แต่ช่วยลดค่าบำรุงรักษาและค่าซ่อมแซมได้มาก ทำให้ประหยัดในระยะยาว  
ใช้ปริมาณวัสดุน้อยลง: 
ด้วยความแข็งแรงที่มากขึ้น ทำให้สามารถลดปริมาณวัสดุที่ใช้ในโครงสร้างได้ 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ